ความสำคัญของการจัดการไอที

(The important of  IT  management)

ตอนที่ 2 :

 

 

               

นอกจากผู้บริหารองค์กรจะนำ IT เข้ามาสนับสนุนการทำงานแล้ว ยังควรมองถึงรูปแบบธุระกิจใหม่ ๆ (Business Models)   ซึ่งเป็นรูปแบบทางด้านการค้า ที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจให้กับองค์กร โดยทำงานบนพื้นฐาน IT   ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ  ดังนี้ (Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe : 2002)

 Name-Your-Own-Price : เป็นรูปแบบที่ยอมให้ลูกค้าทราบราคาสินค้าก่อนซื้อสินค้าและบริการหรือให้

ลูกค้าบอกราคาที่ต้องการจ่าย  เช่น การประกาศซื้อรถ ซึ่งผู้ขายจะเข้ามาตอบกลับ       

Dynamic Brokering : เป็นรูปแบบที่ยอมให้ลูกค้าสามารถกำหนดความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และบริการ

ได้ โดยลูกค้าจะประกาศบน Web และให้ผู้ที่ต้องการขายมาเสนอราคา

                Reverse Auctions :  การประมูล  เป็นวิธีการที่รวดเร็วโดยผู้ขายกำหนดราคาเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ และให้ผู้ซื้อร่วมเคาะราคาการประมูลผ่านทาง Web  คนไหนเสนอราคาเป็นที่พอใจก็ขายให้กับคนนั้น

                Affiliate marketing : การเข้าร่วมซื้อขายในตลาด  มีการจัดหมวดหมู่ของการค้า  มีคู่ค้าทางการตลาดทั้งภาคเอกชน  รัฐวิสาหกิจ  เป็นการหาพรรคพวกทางการตลาด มี Banner โมษณาชื่อบริษัท 

Group Purchasing :  เป็นการร่วมกันซื้อเป็นกลุ่ม สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก เมื่อซื้อในปริมาณมากจะ

มีส่วนลดสินค้า

 E-marketplaces and Exchanges: การตลาดบน Web และการแลกเปลี่ยน  จะประกอบได้ด้วยกลุ่มสินค้าที่

มีความแตกต่างและหลากหลาย

 

                รูปแบบธุรกิจที่กล่าวมาในข้างต้นนี้  มีพื้นฐานการทำงานโดยอาศัยเทคโนโลยีและการสื่อสารผ่านเครือข่าย เมื่อองค์กรมีการลงทุนด้าน IT แล้ว ก็ควรที่จะใช้ความสามารถของ IT  นั้นให้เต็มประสิทธิภาพ โดยพิจาณาถึงรูปแบบธุรกิจ (Business Models) ใหม่ ๆ ว่ามีรูปแบบใดที่องค์กรสามารถนำมาปรับใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มคุณค่าในทางธุรกิจได้

                อย่างไรก็ดีการที่ IT  มีผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านธุรกิจอย่างมากในประเทศไทย อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ผลกระทบของตลาดโลกโดยการย้ายถิ่นฐานการลงทุนของต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ  เช่น  ธุรกิจค้าปลีกของบริษัท TESCO  LOTUS ของอังกฤษเมื่อขยายฐานการลงทุนเข้ามาในไทย ก็มีการนำ IT เข้ามาใช้กับธุรกิจของตน เพื่อประสิทธิภาพในการจัดการข่าวสารและการบริการลูกค้า  ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจคู่แข่งด้วย  องค์กรอื่นก็จะต้องมีการปรับกลยุทธ์ของตนเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ซึ่งแนวคิดของกลยุทธ์ที่ธุรกิจไทยนำมาใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นการนำเข้าแนวคิดหรือกลยุทธ์ของต่างชาติ  โดยขอยกตัวอย่างบุคคล 3 ท่านที่จัดเป็นกูรู (ปรมจารย์) ซึ่งแนวคิดของ 3 ท่านนี้มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจไทยและการศึกษา   ดังนี้  (www.businessthai.co.th)

 

1. ศ.ดร.ไมเคิล  อี ฟอร์เตอร์:  แห่งฮาร์วาร์ด  เจ้าตำรับความคิด  “การเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน “  โดยผลงานที่สร้างชื่อเสียงแก่ Porter   มากที่สุดได้แก่หนังสือเรื่อง Competitive Strategy ในหนังสือเล่มนี้ได้เสนอ Model  “พลังทั้ง 5”  หรือ FIVE Force อธิบายถึงการวางตำแหน่งบริษัทในอุตสาหกรรม  แล้วใช้พลังทั้ง 5  เป็นแรงกดดันเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการตอบสนองทางธุรกิจ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่  1) COST LEADERSHIP  คือ การเป็นผู้นำด้านราคา เช่น การขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง  2) DIFFERENTATION  คือ ความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างความเป็นหนึ่งในคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่ง  3) FOCUS  คือ เอาข้อดีด้านราคาและคุณภาพมารวมกัน เช่น ขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าแต่คุณภาพไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด 

2. จอห์น ซี แม็กซ์- เวลล์:  เจ้าของหนังสือ “The 21 Irrefutable Laws of Leadership” หรือ “21 กฎเหล็กแห่งการเป็นผู้นำ”  เป็นหนังสือที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีเนื้อหาชัดเจนแจ่มแจ้ง ชนิดว่า ถ้าหากใครต้องการจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต้องไม่พลาดที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้  

3.  ซี.เค.ปราฮาลาด: เจ้าของแนวคิดใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  เจ้าของหนังสือ “Competing for The Future”  เป็นเจ้าของแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับ Porter  อย่างสิ้นเชิง เพราะเขาเสนอการเปลี่ยนกฎเกณฑ์การแข่งขันเสียใหม่ พร้อม ๆ กับการสร้างตลาดใหม่ และเคยโจมตีทฤษฎีของ Porter ว่าใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบัน

               

                จากการศึกษาเรื่องความสำคัญในการจัดการ IT  สามารถสรุปได้ว่า แนวคิดของกูรู (GURU) ต่างชาติ  ทั้ง 3 ท่านนี้ มีอิทธิพลอย่างมากในการดำเนินธุรกิจของไทย อีกทั้งการศึกษาของไทยก็ยังเป็นการศึกษาแบบนำเข้า (Import)  ทั้งนำเข้าอาจารย์ และตำรา ดังนั้นผู้บริหารขององค์กร ควรใช้ดุลย์พินิจในการปรับใช้กลยุทธ์ร่วมกับ IT  ไม่ให้ขัดต่อหลักกฎหมาย  สังคมและจริยธรรมของไทยด้วย

 

                * โปรดติดตามตอนต่อไป

 

บรรณานุกรม

Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe. (2002). Information Technology  For

         Management 3 rd Edition. USA.  John Wiley & Sons, Inc.

Kenneth C. Laudon and  Jane P. Laudon. (2002).  Management Information Systems. USA.

          Pearson Education Indochina,Inc.

Laudon, K.C. and Laudon, J.P.(2004).  Management Information Systems: Managing the Digital

           Firm, 8th ed. New Jersey:USA. Pearson Education Indochina,Inc.

Oz, E.(1998). Management Information Systems. Course Technology.

Stair, R.M. and  Reynolds, G.W.(1999).  Principle of Information Systems, 4th ed. Course

           Technology.

http://www.wiley.com/college/turban

http://www.businessthai.co.th

http://guy.rinp.ac.th/mis/

www.No-Poor.com

บทความ,ความรู้คอมพิวเตอร์,วิจัย,กิฟฟารีน,giffarine,case study,ไอที,IT,กรณีศึกษา,สื่อการสอน,โปรเจ็ค,project

 
eXTReMe Tracker