ความสำคัญของการจัดการไอที

ความสำคัญของการจัดการไอที

(The important of  IT  management)

 

 

                แรงกดดันทั่วโลกทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ในธุรกิจ เกิดรูปแบบการค้าขายบน Web

ที่เรียกว่า E-Commerce  มีจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) นำความรู้จากประสบการณ์ในอดีตกลับมาใช้ใหม่ โดยอาศัย IT (Information Technology) มีเทคนิคในการสกัดข้อมูล (Data Mining)  กองโตที่อยู่ในฐานข้อมูล เพื่อให้เห็นถึงข้อมูลที่ซ่อนเร้นอยู่ และเป็นข้อมูลที่เราไม่เคยรู้มาก่อน (Unknow)  มีการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Cutomer Relationship Management :CRM) ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากกว่าในอดีต เพื่อเป็นการชักจูงลูกค้าและต้องการความจงรักภักดีจากลูกค้า  ตลอดจนใช้ระบบวางแผนการใช้ทรัพยากร (Enterprise Resource Planing :ERP) เช่น นำไปใช้กับโรงงานผลิตในการจัดทำระบบจัดซื้อ  วางบิล หรือจัดการกับระดับสินค้าคงเหลือที่เหมาะสม

                จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กล่าวมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่องค์กรธุรกิจไม่ควรมองข้าม  และต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการ IT  เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ  และเพื่อสร้างระบบสารสนเทศเพื่อนำมาซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขัน

                ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยระบบข่าวสาร (Information System: IS) จำนวนมหาศาล จึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ที่องค์กรจะต้องนำเทคโนโลยี (Technology) เข้ามาเพื่อช่วยจัดการกับข่าวสาร ซึ่งถ้าเรานำ  2 สิ่งมารวมกัน จะเรียกว่า  “เทคโนโลยีข่าวสาร” หรือ  “เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology:ITนั่นเอง  ซึ่งความหมายของ IS จะมุ่งเน้นในเรื่องของการบริหารจัดการข่าวสารในองค์กร โดยอาจจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยหรือไม่ก็ได้ โดย IS จะมีความหมายในเชิงกว้าง ส่วนความหมายของ IT  เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกับข่าวสารในองค์กร ซึ่ง IT จะมีความหมายในเชิงแคบ  ในบางครั้ง IS  กับ IT   สามารถใช้แทนกันได้  ดังนั้นก่อนที่องค์กรจะเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการ IT     ผู้บริหารขององค์กรจะต้องเข้าใจความหมายของ IT ให้ถ่องแท้เสียก่อน โดยแยกตัว I  ออกจาก ตัว T  ก็จะพบได้ว่า I ตัวแรกคือข่าวสาร (Information) ส่วน T  ตัวหลังคือเทคโนโลยี (Technology)  และต้องตระหนักเสมอว่าเราจะนำ T  เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสนับสนุน (support)  I   มิได้หมายความว่าจะปรับ I ทั้งหมดขององค์กรให้ขึ้นอยู่กับ T ที่จะนำเข้ามาใช้

 

ความสำคัญของการจัดการไอที (The important of IT)

                หากธุรกิจทุกองค์กรสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคเทคโนโลยีข่าวสารได้  องค์กรนั้นก็จะสามารถอยู่รอดในธุรกิจ ซึ่งถ้าเรามองย้อนไปในอดีตในธุรกิจประเภทสื่อจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น แผ่น Disk ขนาด 5”  จุข้อมูลได้น้อย  และไม่เหมาะสมกับราคา  ในปัจจุบันสื่อชนิดนี้ได้เลิกผลิตไปนานแล้วและหากเราต้องการเปิดอ่านข้อมูลที่เคยเก็บเอาไว้ในแผ่น Disk ขนาด 5”  นี้ ก็จะไม่มีสื่อที่จะเปิดอ่านได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้เลิกผลิตและได้ปรับตัวไปตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี หรือแม้แต่ปัจจุบันแผ่น Disk ขนาด 3.5” ก็จะถูกแทนที่ด้วย Thumb Drive ม้วนวีดีโอจะถูกแทนที่ด้วยแผ่น VCD และแผ่น VCD จะถูกแทนที่ด้วยแผ่น DVD  เป็นต้น

                ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ผู้บริหารจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการจัดการ IT  พยายามมองถึงระบบข่าวสารในอดีตและลำดับเหตุการณ์มาถึงปัจจุบัน  เพื่อให้เห็นวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง  และอย่าลืมว่าจะต้องมองอนาคตด้วย เพราะปัจจุบันในวันนี้จะกลายเป็นอดีตในวันข้างหน้า และอนาคตก็จะกลายมาเป็นปัจจุบัน  หากเราจัดการ IT  ให้สอดคล้องกับระบบงานปัจจุบันและรองรับการขยายตัวในอนาคตได้ดี  ก็จะส่งผลดีต่อองค์กร

                อย่างไรก็ดีมีหลายองค์กรที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส  เปลี่ยนเหตุการณ์ร้ายให้กลายเป็นดี เนื่องจากองค์กรเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการจัดการ IT   ตัวอย่างเช่น  ธุรกิจร้านถ่ายรูป มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานโดยการนำ IT เข้ามาใช้ ซึ่งขอเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างธุรกิจในรูปแบบเดิมกับรูปแบบใหม่ดังนี้ (Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe,2002:6)

 

ธุรกิจรูปแบบเดิม (Old Economy)

ธุรกิจรูปแบบใหม่ (New Economy)

- ซื้อฟิล์มที่ร้านและใช้กล้อง Manual เพื่อถ่ายภาพ

- ใช้กล้องถ่ายรูปดิจิตอล  และใช้ Flat Memory  ซึ่งเก็บภาพได้มากกว่าฟิล์ม

- เมื่อถ่ายภาพยังไม่หมดม้วน อาจต้องรอเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จึงจะส่งไปอัดภาพและล้างภาพ

- สามารถส่งล้างได้ทุกเมื่อตามต้องการ ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

- ไม่สามารถส่งภาพให้กับเพื่อนหรือครอบครัวอย่างทันทีทันใด

- ส่งภาพได้ทันทีในรูปแบบของ File โดยผ่านทาง E-mail หรือเครือข่ายการสื่อสาร

-กล้อง Manual มีฟังก์ชั่นในการทำงานน้อย สามารถถ่ายภาพนิ่งได้อย่างเดียว

- กล้องดิจิตอล  ทำงานได้หลากหลายฟังก์ชั่น เช่นถ่ายวีดีโอ  บันทึกเสียง  ถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว  นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Software ในการตกแต่ง File ภาพ  หรือนำ File วีดีโอ ไปสร้างเป็น Movie โดยกำหนด Sine ตามต้องการ

- ไม่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การสื่อสาร (Communication) ได้

เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Wireless เช่น palm  หรือ Cell Phone เพื่อความสามารถในการถ่ายโอน File ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

 

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบธุรกิจรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่              

 

                จากตัวอย่างในตารางจะพบว่า ถ้าเจ้าของร้านถ่ายรูปเห็นความสำคัญของผลกระทบที่เกิดจาก IT  และยอมรับที่จะนำ IT เข้ามาใช้งาน   มีวิธีการจัดการ IT ที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของร้าน ก็สามารถเปลี่ยนผลกระทบนั้นให้กลับกลายเป็นเหตุการณ์ที่ดีขึ้น เพราะสังเกตเห็นได้ว่าผู้คนมีการถ่ายภาพมากขึ้นเนื่องจาก Flat Memory  ในกล้องดิจิตอลไม่จำกัดจำนวนภาพที่ 36 ภาพเหมือนกล้อง Manual ในอดีต  อีกทั้งทางร้านถ่ายรูปยังมีบริการที่รวดเร็วขึ้น โดยการนำ IT เข้ามาสนับสนุนการทำงาน  มีบริการตกแต่งภาพตามความต้องการของผู้ใช้บริการ

                นอกจากผู้บริหารองค์กรจะนำ IT เข้ามาสนับสนุนการทำงานแล้ว ยังควรมองถึงรูปแบบธุระกิจใหม่ ๆ (Business Models)   ซึ่งเป็นรูปแบบทางด้านการค้า ที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจให้กับองค์กร โดยทำงานบนพื้นฐาน IT   ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ  ดังนี้ (Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe : 2002)

 Name-Your-Own-Price : เป็นรูปแบบที่ยอมให้ลูกค้าทราบราคาสินค้าก่อนซื้อสินค้าและบริการหรือให้

ลูกค้าบอกราคาที่ต้องการจ่าย  เช่น การประกาศซื้อรถ ซึ่งผู้ขายจะเข้ามาตอบกลับ    

   

Dynamic Brokering : เป็นรูปแบบที่ยอมให้ลูกค้าสามารถกำหนดความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และบริการ

ได้ โดยลูกค้าจะประกาศบน Web และให้ผู้ที่ต้องการขายมาเสนอราคา

 

                Reverse Auctions :  การประมูล  เป็นวิธีการที่รวดเร็วโดยผู้ขายกำหนดราคาเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ และให้ผู้ซื้อร่วมเคาะราคาการประมูลผ่านทาง Web  คนไหนเสนอราคาเป็นที่พอใจก็ขายให้กับคนนั้น

 

                Affiliate marketing : การเข้าร่วมซื้อขายในตลาด  มีการจัดหมวดหมู่ของการค้า  มีคู่ค้าทางการตลาดทั้งภาคเอกชน  รัฐวิสาหกิจ  เป็นการหาพรรคพวกทางการตลาด มี Banner โมษณาชื่อบริษัท 

 

Group Purchasing :  เป็นการร่วมกันซื้อเป็นกลุ่ม สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก เมื่อซื้อในปริมาณมากจะ

มีส่วนลดสินค้า

 

 E-marketplaces and Exchanges: การตลาดบน Web และการแลกเปลี่ยน  จะประกอบได้ด้วยกลุ่มสินค้าที่

มีความแตกต่างและหลากหลาย

 

                รูปแบบธุรกิจที่กล่าวมาในข้างต้นนี้  มีพื้นฐานการทำงานโดยอาศัยเทคโนโลยีและการสื่อสารผ่านเครือข่าย เมื่อองค์กรมีการลงทุนด้าน IT แล้ว ก็ควรที่จะใช้ความสามารถของ IT  นั้นให้เต็มประสิทธิภาพ โดยพิจาณาถึงรูปแบบธุรกิจ (Business Models) ใหม่ ๆ ว่ามีรูปแบบใดที่องค์กรสามารถนำมาปรับใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มคุณค่าในทางธุรกิจได้

 

                อย่างไรก็ดีการที่ IT  มีผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านธุรกิจอย่างมากในประเทศไทย อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ผลกระทบของตลาดโลกโดยการย้ายถิ่นฐานการลงทุนของต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ  เช่น  ธุรกิจค้าปลีกของบริษัท TESCO  LOTUS ของอังกฤษเมื่อขยายฐานการลงทุนเข้ามาในไทย ก็มีการนำ IT เข้ามาใช้กับธุรกิจของตน เพื่อประสิทธิภาพในการจัดการข่าวสารและการบริการลูกค้า  ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจคู่แข่งด้วย  องค์กรอื่นก็จะต้องมีการปรับกลยุทธ์ของตนเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ซึ่งแนวคิดของกลยุทธ์ที่ธุรกิจไทยนำมาใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นการนำเข้าแนวคิดหรือกลยุทธ์ของต่างชาติ  โดยขอยกตัวอย่างบุคคล 3 ท่านที่จัดเป็นกูรู (ปรมจารย์) ซึ่งแนวคิดของ 3 ท่านนี้มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจไทยและการศึกษา   ดังนี้  (www.businessthai.co.th)

 

1. ศ.ดร.ไมเคิล  อี ฟอร์เตอร์:  แห่งฮาร์วาร์ด  เจ้าตำรับความคิด  “การเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน “  โดยผลงานที่สร้างชื่อเสียงแก่ Porter   มากที่สุดได้แก่หนังสือเรื่อง Competitive Strategy ในหนังสือเล่มนี้ได้เสนอ Model  “พลังทั้ง 5”  หรือ FIVE Force อธิบายถึงการวางตำแหน่งบริษัทในอุตสาหกรรม  แล้วใช้พลังทั้ง 5  เป็นแรงกดดันเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการตอบสนองทางธุรกิจ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่  1) COST LEADERSHIP  คือ การเป็นผู้นำด้านราคา เช่น การขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง  2) DIFFERENTATION  คือ ความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างความเป็นหนึ่งในคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่ง  3) FOCUS  คือ เอาข้อดีด้านราคาและคุณภาพมารวมกัน เช่น ขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าแต่คุณภาพไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด 

 

2. จอห์น ซี แม็กซ์- เวลล์:  เจ้าของหนังสือ “The 21 Irrefutable Laws of Leadership” หรือ “21 กฎเหล็กแห่งการเป็นผู้นำ”  เป็นหนังสือที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีเนื้อหาชัดเจนแจ่มแจ้ง ชนิดว่า ถ้าหากใครต้องการจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต้องไม่พลาดที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ 

 

3.  ซี.เค.ปราฮาลาด: เจ้าของแนวคิดใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  เจ้าของหนังสือ “Competing for The Future”  เป็นเจ้าของแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับ Porter  อย่างสิ้นเชิง เพราะเขาเสนอการเปลี่ยนกฎเกณฑ์การแข่งขันเสียใหม่ พร้อม ๆ กับการสร้างตลาดใหม่ และเคยโจมตีทฤษฎีของ Porter ว่าใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบัน

               

                จากการศึกษาเรื่องความสำคัญในการจัดการ IT  สามารถสรุปได้ว่า แนวคิดของกูรู (GURU) ต่างชาติ  ทั้ง 3 ท่านนี้ มีอิทธิพลอย่างมากในการดำเนินธุรกิจของไทย อีกทั้งการศึกษาของไทยก็ยังเป็นการศึกษาแบบนำเข้า (Import)  ทั้งนำเข้าอาจารย์ และตำรา ดังนั้นผู้บริหารขององค์กร ควรใช้ดุลย์พินิจในการปรับใช้กลยุทธ์ร่วมกับ IT  ไม่ให้ขัดต่อหลักกฎหมาย  สังคมและจริยธรรมของไทยด้วย

 

นอกจากผู้บริหารองค์กรจะนำ IT เข้ามาสนับสนุนการทำงานแล้ว ยังควรมองถึงรูปแบบธุระกิจใหม่ ๆ (Business Models)   ซึ่งเป็นรูปแบบทางด้านการค้า ที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจให้กับองค์กร โดยทำงานบนพื้นฐาน IT   ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ  ดังนี้ (Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe : 2002)

 

 Name-Your-Own-Price : เป็นรูปแบบที่ยอมให้ลูกค้าทราบราคาสินค้าก่อนซื้อสินค้าและบริการหรือ

ให้ลูกค้าบอกราคาที่ต้องการจ่าย  เช่น การประกาศซื้อรถ ซึ่งผู้ขายจะเข้ามาตอบกลับ  

 

Dynamic Brokering : เป็นรูปแบบที่ยอมให้ลูกค้าสามารถกำหนดความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และ

บริการได้ โดยลูกค้าจะประกาศบน Web และให้ผู้ที่ต้องการขายมาเสนอราคา

 

                Reverse Auctions :  การประมูล  เป็นวิธีการที่รวดเร็วโดยผู้ขายกำหนดราคาเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ และให้ผู้ซื้อร่วมเคาะราคาการประมูลผ่านทาง Web  คนไหนเสนอราคาเป็นที่พอใจก็ขายให้กับคนนั้น

 

                Affiliate marketing : การเข้าร่วมซื้อขายในตลาด  มีการจัดหมวดหมู่ของการค้า  มีคู่ค้าทางการตลาดทั้งภาคเอกชน  รัฐวิสาหกิจ  เป็นการหาพรรคพวกทางการตลาด มี Banner โมษณาชื่อบริษัท 

 

Group Purchasing :  เป็นการร่วมกันซื้อเป็นกลุ่ม สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก เมื่อซื้อในปริมาณ

มากจะมีส่วนลดสินค้า

 

 E-marketplaces and Exchanges: การตลาดบน Web และการแลกเปลี่ยน  จะประกอบได้ด้วยกลุ่ม

สินค้าที่มีความแตกต่างและหลากหลาย

 

                รูปแบบธุรกิจที่กล่าวมาในข้างต้นนี้  มีพื้นฐานการทำงานโดยอาศัยเทคโนโลยีและการสื่อสารผ่านเครือข่าย เมื่อองค์กรมีการลงทุนด้าน IT แล้ว ก็ควรที่จะใช้ความสามารถของ IT  นั้นให้เต็มประสิทธิภาพ โดยพิจาณาถึงรูปแบบธุรกิจ (Business Models) ใหม่ ๆ ว่ามีรูปแบบใดที่องค์กรสามารถนำมาปรับใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มคุณค่าในทางธุรกิจได้

 

                อย่างไรก็ดีการที่ IT  มีผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านธุรกิจอย่างมากในประเทศไทย อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ผลกระทบของตลาดโลกโดยการย้ายถิ่นฐานการลงทุนของต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ  เช่น  ธุรกิจค้าปลีกของบริษัท TESCO  LOTUS ของอังกฤษเมื่อขยายฐานการลงทุนเข้ามาในไทย ก็มีการนำ IT เข้ามาใช้กับธุรกิจของตน เพื่อประสิทธิภาพในการจัดการข่าวสารและการบริการลูกค้า  ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจคู่แข่งด้วย  องค์กรอื่นก็จะต้องมีการปรับกลยุทธ์ของตนเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ซึ่งแนวคิดของกลยุทธ์ที่ธุรกิจไทยนำมาใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นการนำเข้าแนวคิดหรือกลยุทธ์ของต่างชาติ  โดยขอยกตัวอย่างบุคคล 3 ท่านที่จัดเป็นกูรู (ปรมจารย์) ซึ่งแนวคิดของ 3 ท่านนี้มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจไทยและการศึกษา   ดังนี้  (www.businessthai.co.th)

 

1. ศ.ดร.ไมเคิล  อี ฟอร์เตอร์:  แห่งฮาร์วาร์ด  เจ้าตำรับความคิด  “การเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน “  โดยผลงานที่สร้างชื่อเสียงแก่ Porter   มากที่สุดได้แก่หนังสือเรื่อง Competitive Strategy ในหนังสือเล่มนี้ได้เสนอ Model  “พลังทั้ง 5”  หรือ FIVE Force อธิบายถึงการวางตำแหน่งบริษัทในอุตสาหกรรม  แล้วใช้พลังทั้ง 5  เป็นแรงกดดันเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการตอบสนองทางธุรกิจ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่  1) COST LEADERSHIP  คือ การเป็นผู้นำด้านราคา เช่น การขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง  2) DIFFERENTATION  คือ ความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างความเป็นหนึ่งในคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่ง  3) FOCUS  คือ เอาข้อดีด้านราคาและคุณภาพมารวมกัน เช่น ขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าแต่คุณภาพไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด 

2. จอห์น ซี แม็กซ์- เวลล์:  เจ้าของหนังสือ “The 21 Irrefutable Laws of Leadership” หรือ “21 กฎเหล็กแห่งการเป็นผู้นำ”  เป็นหนังสือที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีเนื้อหาชัดเจนแจ่มแจ้ง ชนิดว่า ถ้าหากใครต้องการจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต้องไม่พลาดที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ 

 

3.  ซี.เค.ปราฮาลาด: เจ้าของแนวคิดใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  เจ้าของหนังสือ “Competing for The Future”  เป็นเจ้าของแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับ Porter  อย่างสิ้นเชิง เพราะเขาเสนอการเปลี่ยนกฎเกณฑ์การแข่งขันเสียใหม่ พร้อม ๆ กับการสร้างตลาดใหม่ และเคยโจมตีทฤษฎีของ Porter ว่าใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบัน

               

                จากการศึกษาเรื่องความสำคัญในการจัดการ IT  สามารถสรุปได้ว่า แนวคิดของกูรู (GURU) ต่างชาติ  ทั้ง 3 ท่านนี้ มีอิทธิพลอย่างมากในการดำเนินธุรกิจของไทย อีกทั้งการศึกษาของไทยก็ยังเป็นการศึกษาแบบนำเข้า (Import)  ทั้งนำเข้าอาจารย์ และตำรา ดังนั้นผู้บริหารขององค์กร ควรใช้ดุลย์พินิจในการปรับใช้กลยุทธ์ร่วมกับ IT  ไม่ให้ขัดต่อหลักกฎหมาย  สังคมและจริยธรรมของไทยด้วย

 

                ประโยชน์ของการให้ความสำคัญในการจัดการ IT

                หากผู้บริหารขององค์กรมองเห็นความสำคัญของการจัดการ IT และสามารถปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับแผนธุรกิจในระยะสั้นและระยะยาวขององค์กรแล้ว ก็จะนำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายด้าน  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

บริษัท BMS (Bristol-Myers Squibb) ในอเมริกา  เป็นผู้นำทางด้านการผลิตยา  เวชภัณฑ์ 

ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและความสวยความงาม จำหน่วยสินค้าให้กับบริษัท เช่น ร้านขายยา  โรงพยาบาล และร้านค้าปลีก  บริษัทมีคู่แข่งทางธุรกิจประเภทเดียวกันเป็นจำนวนมากทั้งบริษัทผู้ขายตรงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และยากมากที่บริษัทจะรักษาคู่ค้า (Partner) เอาไว้กับตนเอง  ดังนั้นบริษัทจึงพยายามปรับตัว เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้โดยการนำ IT  เข้ามาใช้และพัฒนาโครงการ Web-Base   ระบบ Supply Chain  และระบบ E-procement  รวมทั้งได้ปรับโครงสร้างองค์กรเสียใหม่  จากเหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์ในการลดจำนวนเอกสารในการดำเนินงาน (paperless)  ลดข้อผิดพลาดเรื่องข้อมูลข่าวสาร (Cut down on error) และสามารถขายตรงได้

 

ห้างสรรพสินค้า Wall Mart Department storeในอเมริกา  ดำเนินธุรกิจค้าปลีกได้รับยกย่องว่ามีระบบบริหารจัดการ IT  ยอดเยี่ยม เช่น  สามารถตัดยอดสต๊อกสินค้า ณ. ขาย(Point of  Sale :POS) ส่งตรงไปยังบริษัทคู่ค้าทันทีทันใด  (Just- in-Time) ช่วยลดปัญหาการมีสินค้าคงเหลือ (Discount Store) ล้นคลัง

 

 

บริษัท Dell Computer  ในอเมริกา ได้นำ IT มาใช้โดยปรับกระบวนการทางธุรกิจ

(Business Process)  มีการควบคุมการทำงานทั้งระบบ เช่น ระบบขาย  ระบบผลิต  ซึ่ง Dell จะใช้วิธีขายสิ้นค้าทาง Internet และจะส่งยอดคำสั่งซื้อ (Order)  ของลูกค้าไปยังผู้ผลิต ( Supplier)  จึงทำให้ Dell มีสินค้าคงเหลือน้อยมากและได้สินค้าที่ทันสมัย

 

                เห็นได้ว่าเมื่อองค์กรต่าง ๆ นำ IT มาใช้จะทำให้ได้รับประโยชน์ และมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำลง   ทั้งนี้ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญถึงผลกระทบในการใช้  IT ที่มีกับองค์กรด้วย เนื่องจากการนำ IT  เข้ามาใช้นั้นไม่ได้หมายความว่าทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จเสมอไป  ยังมีองค์กรอีกจำนวนมากที่ล้มเหลวจากการนำ IT มาใช้  เนื่องจากผู้บริหารองค์กรหรือ CEO ส่วนใหญ่ขององค์กรถูกแต่งตั้งมากจากบุคคลที่สังกัดฝ่ายบริหารหรือการเงิน (แต่ในปัจจุบันบุคคลด้าน IT จะถูกแต่งตั้งมากขึ้นแต่ต้องเพิ่มทักษะทางด้านการบริหารด้วย)   ซึ่งขาดทักษะและความรอบรู้ทางด้าน IT   ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการกระบวนการปรับเปลี่ยนระบบ  ขาดความสามารถในการปรับใช้ IT ให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ ขาดความรู้ทางด้านเทคนิควิธี  ดังนั้นองค์กรต้องปรับวัฒนธรรมภายใน ให้กลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผู้บริหารจะต้องมีความรู้ด้าน IT  สามารถปรับใช้ IT กับการทำงานได้อย่างเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของพนักงานในองค์กร

 

บทสรุป

ปัจจุบันมีการแข่งขันทางธุรกิจทั่วโลก ทำให้บริษัทใหญ่ ๆ พยายามหาทางออกโดยการลดค่าใช้จ่าย  เพิ่มผลผลิต  และปรับปรุงลูกค้าสัมพันธ์   โดยให้ความสำคัญในการบริหารจัดการกับ IT และนำเข้ามาใช้ในองค์กรมากขึ้น  ตลอดจนย้ายธุรกิจไปดำเนินการบน Web เป็นจำนวนมากเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำ อีกทั้งยังส่งผลให้สามารถค้าขายได้ทั่วโลก   ในการบริหารจัดการกับ IT นั้น ผู้บริหารจะต้องมีความเข้าใจอย่างชัดเจนกับความหมายของ IT  ต้องรู้ว่า T จะเข้ามาช่วย I ได้อย่างไร  อย่างไรก็ดีการให้ความสำคัญกับ IT อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ผู้บริหารจะต้องมีความรู้ด้าน IT  และศึกษาถึงผลกระทบของ IT  ที่จะมีต่อองค์กร  เพื่อจะได้วางแผนรองรับในการจัดการกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในโอกาสต่อไป

 

 

บรรณานุกรม

Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe. (2002). Information Technology  For

         Management 3 rd Edition. USA.  John Wiley & Sons, Inc.

Efraim Turban, Ephraim McLean and James Wetherbe. (2005). Information Technology for     

          Management: Transforming Organizations in the Digital Economy, 4th Edition. USA. 

Efraim Turban, Ephraim Mclean and James Wetherbe. (2002). Information Technology  For

         Management 3 rd Edition. USA.  John Wiley & Sons, Inc.

Kenneth C. Laudon and  Jane P. Laudon. (2002).  Management Information Systems. USA.

          Pearson Education Indochina,Inc.

Laudon, K.C. and Laudon, J.P.(2004).  Management Information Systems: Managing the Digital

           Firm, 8th ed. New Jersey:USA. Pearson Education Indochina,Inc.

Oz, E.(1998). Management Information Systems. Course Technology.

Stair, R.M. and  Reynolds, G.W.(1999).  Principle of Information Systems, 4th ed. Course

           Technology.

http://www.wiley.com/college/turban

http://www.businessthai.co.th

http://guy.rinp.ac.th/mis/

Efraim Turban, Ephraim McLean and James Wetherbe. (2005). Information Technology for     

          Management: Transforming Organizations in the Digital Economy, 4th Edition. USA. 

          John Wiley & Sons, Inc.

Laudon, K.C. and Laudon, J.P.(2004).  Management Information Systems: Managing the Digital

           Firm, 8th ed. New Jersey:USA. Pearson Education Indochina,Inc.

Oz, E.(1998). Management Information Systems. Course Technology.

Stair, R.M. and  Reynolds, G.W.(1999).  Principle of Information Systems, 4th ed. Course

           Technology.

http://www.businessthai.co.th

 

 

www.No-Poor.com

คอมพิวเตอร์,ความรู้คอมพิวเตอร์,computer,กิฟฟารีน,giffarine,case study,ไอที,IT,กรณีศึกษา,สื่อการสอน,โปรเจ็ค,project

 
eXTReMe Tracker