’ปรับแผน!ขึ้นรายได้ซื้อใจ‘แม่ทีม’
ใหม่ เดินเครื่องผสม Stair – Step กับ Uni-level ดันยอดขายทะลุ 4,200 ล้านบาทตามเป้าสิ้นปี ใจป้ำช่วง 7 เดือนสุดท้ายนับจาก มิ.ย.- ธ.ค. เริ่มนับแต้มยูนิเลเวลที่ 0.5% หากยอด
เกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ยูนิเลเวลจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 % ทันที งานนี้ผู้บริหารระดับพาราไดซ์ขึ้นไปถึงสูงสุดตื่นลุ้นรับรายได้ใหม่ “เดือนละล้านอัพ” ถ้วนหน้า ขณะแม่ทีมใหญ่เบอร์ 1 “สำอางค์ ละออเอี่ยม” เผยสุดตื้นตัน เตรียมเรียกประชุมทีมงานด่วนแจงรายละเอียดตั้งทัพลุย ด้าน“พีรเชษฐ์ ศรีพลัง” ลั่น!นี่คือสุดยอดแผนที่จ่ายมากที่สุดในโลก
แผนการตลาดใหม่ดังกล่าวเป็นการผสมผสานระหว่างแผนธุรกิจแบบ Stair – Step ที่ใช้กันมาแต่เดิมกับแผนใหม่ Uni-level โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อเพิ่มเติมความสมบูรณ์ของแผนธุรกิจแบบเดิม โดยสร้างกำลังใจให้แก่ผู้บริหารระดับสูงที่ได้สร้างเครือข่ายผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง 2.เป็นการสร้างนโยบายการดูแลเครือข่ายลงลึก สำหรับผู้บริหารระดับสูง และรักษาสายสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือข่าย 3.กำหนดเป้าหมายรายได้ที่ต้องการ สัมพันธ์กับระยะเวลาและวิธีการทำงานที่เป็นรูปธรรม คำนวณรายได้ที่ต้องการอนาคตได้ด้วยตัวเอง
ทั้งนี้หลักการของแผนธุรกิจดังกล่าว จะไม่มีการเปลี่ยนผลประโยชน์ในแผนงานเพื่อผลประโยชน์เดิม ในการคำนวณเงินปันผลรอบที่1, รอบที่ 2, เงินเดือนประจำตำแหน่งจากเงินปันผลจากกำไรสุทธิปลายปี, โบนัสประจำเดือน และผลประโยชน์ยาวตลอดสาย, Special Bonus, การสะสมแต้มเพื่อรับเงินดาวน์รถยนต์
ยูนิเลเวล คือการรวมชั้นเพื่อคำนวณผลประโยชน์ จากกลุ่มพาราไดซ์ในเครือข่าย ตามตำแหน่งของตนเองไม่จำกัดตำแหน่งของดาวน์ไลน์ ดังนั้นผู้บริหารระดับพาราไดซ์ขึ้นไป จึงมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ จากเครือข่ายของดาวน์ไลน์ แม้ว่าดาวน์ไลน์จะมีตำแหน่งที่เท่ากันหรือสูงกว่า
อย่างไรก็ดี เนื่องจากยูนิเลเวล เป็นผลตอบแทนที่เป็นจำนวนเงินสูงมาก ดังนั้น การนำยูนิเลเวลมาคำนวณ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ที่บริษัทฯต้องมีผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ไม่ต่ำกว่า 4,200 ล้านบาท ดังนั้นใน 7 เดือนสุดท้ายนับจากนี้ คือ มิ.ย.- ธ.ค. บริษัทฯ เริ่มมียูนิเลเวลที่ 0.5 % สำหรับผู้บริหารระดับพาราไดซ์ขึ้นไป และหากบริษัทฯมีผลประกอบการเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ยูนิเลเวลจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 % สำหรับผู้บริหารระดับพาราไดซ์ขึ้นไปเช่นกัน โดยแผนงานของยูนิเลเวลจำคำนวณแบบเดือนต่อเดือน ยกเว้น Super Bonus ของผู้บริหารระดับพาราไดซ์ ที่จะมอบให้ทุก 6 เดือน หากรักษายอดธุรกิจยูนิเลเวลได้ติดต่อกัน
ต่อประเด็นดังกล่าว นางสำอางค์ ละออเอี่ยม ผู้บริหารระดับไดมอนด์แกรนด์พาราไดซ์ เปิดเผย “เส้นทางนักขาย” ว่า ตนรู้สึกดีใจและภูมิใจมาก อีกทั้งเชื่อว่าทุกคนคิดเช่นเดียวกันกับตน และจะทำให้สมาชิกทุกคนมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ซึ่งวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา พญ.นลินีเรียกผู้บริหารระดับสูงทุกคนมาร่วมโหวตกันกว่าพันคน ว่าจะเข้าร่วมแผนใหม่หรือไม่นั้น ทุกคนยกมือโหวตเห็นด้วย เพราะเห็นแล้วว่าจะทำให้ตนเองมีรายได้ที่มากขึ้นและมั่นคงยั่งยืนอย่างแน่นอน
“คุณหมอให้อะไรที่ดีมากๆ ป้าพูดไม่ออกจริงๆ มันพิเศษมาก คุณหมอคือผู้ให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยคิดเพียงเอาตัวเองรอด แต่จะให้สมาชิกทุกคนอยู่ได้หมด นอกจากนี้ที่ผ่านมาๆ คุณหมอเป็นคนมีสัจจะมาตลอด พูดอะไรกับทุกคนแล้วก็ทำได้ ป้าตื้นตันพูดไม่ออกจริงๆ” นางสำอางค์ กล่าว
อย่างไรก็ดี นางสำอางค์เตรียมที่จะเรียกประชุมองค์กรครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อประกาศให้ทีมงานทุกคนทราบถึงแผนการตลาดใหม่ในครั้งนี้ เนื่องจากจุดสำคัญของแผนนี้คือทุกคนต้องทำงานให้สำเร็จไปด้วยกัน ควบคู่ไปกับเกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างที่พญ.นลินีได้วางเอาไว้
ด้านนายพีรเชษฐ์ ศรีพลัง ผู้บริหารระดับแกรนด์พาราไดซ์ เปิดเผย “เส้นทางนักขาย” ว่า พูดได้เลยว่าตอนนี้แผนของจ่ายมากที่สุดในโลกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการหนุนผู้นำระดับสูง แต่นี่คือการกระตุ้นทั้งระบบ โดยนำข้อดีของ Stair – Step กับ Uni-level มาผสมผสานกัน ซึ่งเริ่มต้นที่ผู้นำระดับพาราไดซ์ขึ้นไป อีกทั้งไม่ใช่การบังคับ หากใครสนใจจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ก็สามารถเลือกได้ แต่ในวันที่มีการโหวตดังกล่าวทุกคนต่างก็เลือกแผนใหม่กันหมด อย่างไรก็ดีการวางแผนงานปรับเปลี่ยนดังกล่าว พญ.นลินีมีการเตรียมตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากต้องรอให้ยอดขายของบริษัททะลุ 4,200 ล้านก่อน เพราะแผน Uni-level ต้องเป็นแผนที่จ่ายผลตอบแทนสูง
“ผมมองว่าการปรับแผนใหม่นี้ คือการปลดล็อคแผน Stair –Step เพราะนักธุรกิจมักสะดุดเมื่อมีการเบรคอเวย์ทำให้ต้องสูญเสียรายได้ เมื่อดาวน์ไลน์สามารถขึ้นตำแหน่งมาได้เท่ากันหรือมากกว่า ฉะนั้นข้อดีของแผนใหม่มี 4 ข้อหลัก คือ 1.ผู้นำระดับสูงมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากการที่ไม่มีการเบรคอเวย์ 2.ผู้นำระดับสูงสามารถทำงานเชิงลึกได้ สำหรับบางคนที่ไม่ถนัดเปิดหน้ากว้าง ขณะนี้ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ 3.ผู้นำระดับสูงรู้สึกถึงความพิเศษและภาคภูมิใจ 4.เป็นบริษัทเดียวในโลกที่เอาข้อดีของ 2 แผนมารวมกัน” นายพีรเชษฐ์กล่าว
ทั้งนี้ยังเชื่อมั่นว่าแผนใหม่ดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯ สามารถเก็บนักธุรกิจทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ได้หมด อีกทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกจงรักภักดีในแบรนด์ได้ 100% สร้างคนให้อยู่ในธุรกิจในระยะยาว เนื่องจากหากมองความพร้อมของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร โรงงาน ผลิตภัณฑ์ และ ศูนย์ธุรกิจ เมื่อทุกอย่างมาผนึกกำลังกันแล้วเชื่อว่าคู่แข่งหลายค่าย คงต้องมีการปรับตัวอีกนานกว่าจะสามารถทำได้ขนาดนี้
ส่วนนายภูดิท ภควลีธร ผู้บริหารระดับพาราไดซ์ กล่าวถึงความรู้สึกว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะแผนใหม่ที่ปรับนี้จะมาปิดช่องโหว่เดิมๆของที่เคยถูกบริษัทอื่นโจมตี อีกทั้งแผนใหม่นี้ตอกย้ำคำว่ารายได้ไม่มีขีดจำกัดได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คนทำธุรกิจมีกำลังใจ วางแผนได้ชัดจนยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนฝันใหญ่ ที่มองเป้าหมายในหลักล้าน เชื่อว่าเมื่อได้แผนใหม่นี้มารวมกับคุณภาพของสินค้าจะชนะทุกค่ายได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามสำหรับบริษัท ล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัล “Superbrands 2008-2009” ในฐานะสุดยอดแบรนด์ไทย และ รางวัล “อย. QUALITY AWARDS 2009” จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
นอกจากนี้ในวันที่ 3 มิถุนายน 2552 บริษัทฯจะแถลงข่าวเปิดนโยบายการทำธุรกิจแบบใหม่ ด้วยการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าในรูปแบบของศูนย์ “ อินเวสเตอร์” ที่เปิดขายไลน์เซนส์เป็นครั้งแรกอีกด้วย
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 7 ฉบับที่ 157 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2552