|
GATX
Capital Corporation ใช้เวลา 2 ปีในการปรับแต่งซอฟต์แวร์การบริหารทรัพยากรของบริษัท ปัจจุบันบริษัทบริหารและให้เช่าสินทรัพย์ใน San Francisco มีมูลค่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
และกำลังวางแผนจะขายผลงานดังกล่าวให้แก่บริษัทคู่แข่ง
Michael
Cromar ผู้อำนวยการการเงินของ GATX กล่าวว่า
สิ่งที่น่าสนใจสิ่งหนึ่งของอุตสาหกรรม
สัญญาเช่า (Leasing Industry) คือ
คู่แข่งที่จะกลายเป็นหุ้นส่วนในอนาคต
เพราะเมื่อคุณมีเครื่องบินมูลค่า 15 ถึง 20
ล้านเหรียญสหรัฐให้เช่า
คุณต้องการหุ้นส่วนมาแบ่งความเสี่ยงนั้น
คุณยังต้องการให้คู่แข่งของคุณมีซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้พวกเขาทำงานจนจบกระบวนการด้วยความเรียบร้อย แต่โชคไม่ดีที่ตลาดการบริหารสินทรัพย์ยังไม่มีระบบงานใดๆที่สนองความต้องการของอุตสาหกรรมนี้
จึงจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยสิ่งต่างๆในบรรดาคู่แข่งขัน Cromar กล่าว มันไม่ใช้อุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับการทำงานต่างๆแต่ละงาน
นี่คือเหตุผลที่ GATX ตัดสินใจสร้างงาน (Function) หนึ่งขึ้นมา ซึ่งไม่มีในซอฟต์แวร์ SAP R/3 Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้กระบวนการต่างๆในการดำเนินธุรกิจทำได้โดยอัตโนมัติ
Cromar กล่าวว่า ไม่มีใครเคยทำลีสซิ่งใน
SAP
มาก่อน เราเป็นคนแรกที่ทำมันขึ้นทั้งหมดใน
R/3
เขาบอกว่าตอนนี้คู่แข่ง เช่น Chicago-based
Frist Chicago Corporation และ Pitney Bowes ใน Stamford รัฐ Connecticut ก็กำลังขอให้ GATX ไปช่วยเหลืองานเช่นเดียวกัน
Josh
Greenbaum นักวิเคราะห์ของ Hurwitz Group ใน Framingham รัฐ Massachusetts อธิบายว่า มีบริษัทจำนวนมากเกิดขี้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดของกลุ่มเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่กำลังทำเหมือนที่ GATX ทำ
นี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มในการที่หน่วยธุรกิจกลายเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับตลาดผู้บริโภค แต่เขาก็กล่าวว่า การที่ GATX ได้หยิบระบบงานที่มีอยู่แล้วมาแก้ไขนี้ GATX ได้หลีกเลี่ยงที่จะกระโจนเข้าสู่ข้อผิดพลาดที่หลายๆ
บริษัทเคยทำไว้ นั่นคือการพยายามที่จะพัฒนาทุกอย่างด้วยตนเอง
แต่อย่างไรก็ดี ยังมีคำถามอีกว่า ถ้า GATX ขายงานชิ้นที่ยากลำบากชิ้นนี้แก่คู่แข่ง
จะไม่ได้เป็นการสูญเสียผลประโยชน์ ( ที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการพัฒนา R/3) ทางการแข่งขันหรือ Comar บอกว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวซอฟต์แวร์
แต่อยู่ที่ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ต่างหาก เราหารายได้จากการบริหารสินทรัพย์และการดำเนินงานลีสซิ่งที่ดี ไม่ได้หารายได้จากการขายซอฟต์แวร์ที่เราสร้างขึ้น เมื่อทุกคนใช้ระบบงานเดียวกัน ผลประโยชน์ในการแข่งขันที่แท้จริงจะอยู่ที่ความคิดของคนที่นำซอฟต์แวร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการแข่งขันต่างหาก |