RMF LTF สำหรับมนุษย์เงินเดือน
โดย
ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร
www.saverclub.org
E-mail : suvarn@saverclub.org
จากจำนวนคนไทยที่ยื่นเสียภาษีประมาณ 7 ล้านคน
ผมคิดว่าอย่างน้อย 6 ล้านคน เป็นมนุษย์เงินเดือน
ซึ่งผมเคยพูดหลายครั้งว่า คนกินเงินเดือนเสียเปรียบที่สุดในด้านภาษีอากร เพราะถูกจำกัดสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายเพื่อหักภาษี ผมจึงบอกเพื่อน ๆ
ทุกคนว่า หากจะร่ำรวยมีเงินเป็นร้อยหรือพันล้าน อย่าเป็นมนุษย์เงินเดือน เพราะว่า
1. คนกินเงินเดือนต้องจ่ายภาษีปีละ 12 หน คือ ทุกครั้งที่ได้รับเงินเดือนนายจ้างจะหักภาษีไว้
และถ้ามีโบนัสก็ต้องจ่ายหนที่ 13
2. การวางแผนเพื่อลดภาษีทำได้ยากมาก เพราะกฎหมายบังคับให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา
40% แต่อย่างเดียว ปีหนึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน
60,000 บาท ซึ่งถือว่าน้อยย ถ้าคุณได้รับเงินเดือนปีละ 2
ล้านบาท ก็หมายความว่า รายได้ที่ต้องเสียภาษีจะสูงถึง 1.94 ล้านบาท
3. นายจ้างถูกกำหนดให้หักภาษี ณ
ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส ฯลฯ
มนุษย์เงินเดือนจึงหาวิธีลดภาษีได้ยากมาก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็เริ่มอะลุ่มอล่วยให้มนุษย์เงินเดือน
ผมจึงแนะนำวิธีลดภาษีดังนี้
(1) ถ้านายจ้างของคุณเป็นนิติบุคคลและเขาตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้แล้ว
คุณต้องรีบสมัครเป็นสมาชิกทันทีเพราะเมื่อคุณจ่ายเงินสะสม 3-15% ของเงินเดือน คุณใช้หักภาษีได้สูงถึงปีหนึ่ง 300,000 บาท ในเวลาเดียวกันนายจ้างก็จะจ่ายเงินสมทบอีก 3-15% ของเงินเดือนแต่ไม่เกิน 300,000 บาทเช่นกัน
เงินจำนวนนี้เป็นของคุณโดยที่ยังไม่ต้องเสียภาษี รวม 2 ก้อน คุณได้ประโยชน์จากการภาษีถึงปีละ
600,000 บาท ในเวลาเดียวกันคุณก็ได้เงินออมอีกด้วย
(2) หากนายจ้างมิได้ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณก็ควรแนะนำส่งเสริมให้เขารีบจัดตั้งขึ้นเพื่อคุณจะได้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม ถ้าแนะนำแล้วเขาก็ยังไม่ยอมจัดตั้ง หรือกรณีคุณเป็นผู้ประกอบการ SME
คือ เป็นนายตัวเอง คุณก็เลือกซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
เรียกว่า Retirement Mutual Fund หรือ RMF แทนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ คุณซื้อกองทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ ปีหนึ่งไม่เกิน 300,000 บาท และแม้คุณจะเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว
แต่จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนไม่ถึง 300,000 บาท
คุณก็ยังซื้อกองทุน RMF เพิ่มเติม เพื่อใช้สิทธิให้เต็มที่ถึง
300,000 บาท ได้ทุกปี
(3) ระหว่างปี 2547-2559 กรมสรรพากรยังอนุญาตให้คุณซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว
ซึ่งเรียกว่า Long Term Equity Fund หรือ LTF ที่มี บลจ. เป็นผู้บริหารแล้วหักภาษีได้อีกปีละ 300,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ของคุณเช่นกัน
เงินลงทุนข้างต้นทั้งหมดถือเป็นการออมเงินและหักภาษีไปในตัวนอกจากนี้คุณยังมีโอกาสได้ดอกผลและกำไรของการเติบโตของกองทุนด้วย
ถ้าคุณซื้อทั้งกองทุน RMF และ LTF ผมแนะนำว่า สำหรับกองทุน RMF ให้ลงทุนเป็นตราสารหนี้
เพราะว่ากองทุน LTF คุณลงทุนได้เฉพาะหุ้นซึ่งมีความผันผวนและมีความเสี่ยง
ปีที่หุ้นไปได้ดีคุณอาจได้กำไรมากกว่าดอกเบี้ยจากกองทุน RMF ตราสารหนี้
อย่างไรก็ตาม คนเราต้องลงทุนด้วยความระมัดระวัง ถ้าหากราคาน้ำมันยังเพิ่มขึ้น เหตุการณ์ภาคใต้ไม่สงบเรียบร้อย
เงินเฟ้อก็สูงขึ้น การลงทุนในหุ้นย่อมมีความเสี่ยง
ถ้าจะคำนวณว่า ในกรณีที่คุณมีเงินเดือนปีละ 2 ล้านบาท
แล้วคุณเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบวกกับการซื้อกองทุน RMF และ LTF ตามสิทธิข้างต้นเพื่อหักภาษีปีหนึ่งราว 600,000
บาท ทำให้คุณต้องเสียภาษีเพียงปีละ 220,000 บาท
หรือประมาณ 9.6% ของรายได้ 2.3 ล้านบาท
(รวมเงินสมทบจากนายจ้าง 300,000 บาท
ซึ่งคุณไม่ต้องเสียภาษี) แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์กองทุนทั้งสามเพื่อหักภาษี ผลจะเป็นว่าคุณต้องเสียภาษีสูงถึง
400,000 บาท คิดแล้วก็ประมาณสองเท่า พูดสั้น ๆ ก็คือคุณลดภาษีได้เกือบ
50% จาก 400,000 บาท เหลือ 220,000
บาท
กฎหมายไทยยังค่อนข้างจะใจกว้างเกี่ยวกับการเอาเงินออกจากกองทุนโดยได้ยกเว้นภาษีทั้งก้อนเมื่อคุณเกษียณอายุตั้งแต่
55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกของกองทุนมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ผมจึงแนะนำให้มนุษย์เงินเดือนทุกคนลดภาษีโดยใช้กองทุนทั้งสามนี้
ผมจะเขียนบทความง่าย ๆ เกี่ยวกับการวางแผนภาษีอากรให้ท่านผู้อ่าน เช่น
การขอคืนภาษีจากเงินปันผล การกระจายภาระภาษี
และการใช้บ้านเป็นทรัพย์สินเพื่อบรรเทาภาระภาษี
ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร
E-mail : suvarn@saverclub.org